First Jobber: เมื่อ “งานแรก”

ไม่ควรเป็นบททดสอบว่าใครเอาตัวรอดเก่งกว่า


      รายงานจากวง OpenSPACE จึงเสนอให้มองการสนับสนุน First Jobber เป็น “ระบบ” ตั้งแต่ระบบช่วยเปลี่ยนผ่านสู่โลกการทำงาน การปฏิรูปการฝึกงาน ค่าตอบแทนและต้นทุนการเริ่มต้นชีวิต มาตรฐานองค์กรสุขภาวะ ระบบพี่เลี้ยงและหัวหน้างาน การดูแลสุขภาพจิต ระบบข้อมูลตลาดแรงงาน การพัฒนาทักษะพื้นฐาน ไปจนถึงหลักประกันทางสังคมและการกระจายโอกาสการจ้างงาน เพราะมาตรการใดมาตรการหนึ่งไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ทั้งหมด มีแพลตฟอร์มหางานที่ดี แต่ตำแหน่ง Entry Level ยังเรียกประสบการณ์ ก็ไม่พอ Upskill คนรุ่นใหม่ แต่ค่าจ้างยังไม่เพียงพอต่อชีวิต ก็ไม่พอ มีบริการดูแลสุขภาพจิต แต่ภาระงานและวัฒนธรรมองค์กรยังสร้างความทุกข์เหมือนเดิม ก็อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ First Jobber จึงต้องการ “ระบบนิเวศ” ที่ทำงานไปพร้อมกัน







จาก “คนรุ่นใหม่พร้อมหรือยัง” สู่ “ระบบพร้อมหรือยัง”

      เสียงจากนิสิตกว่า 120 คนในวันนั้นอาจไม่ได้เป็นตัวแทนของ First Jobber ทุกคนในประเทศไทย แต่สิ่งที่พวกเขาพูดกำลังช่วยเปิดคำถามที่ใหญ่กว่าเรื่องของคนรุ่นหนึ่ง ที่ผ่านมา เราอาจใช้เวลามากมายกับการถามว่า คนรุ่นใหม่มีทักษะเพียงพอหรือยัง อดทนพอหรือยัง ปรับตัวได้หรือยัง พร้อมสำหรับโลกการทำงานหรือยัง แต่บางทีประเทศไทยอาจต้องเริ่มตั้งคำถามอีกด้านพร้อมกันว่า

      จากเสียงของนิสิตปีสุดท้ายกว่า 120 คน สู่คำถามสำคัญว่า ก่อนจะถามว่าคนรุ่นใหม่ “พร้อมทำงานหรือยัง” เราเคยถามหรือไม่ว่า ระบบการศึกษา ตลาดแรงงาน และองค์กรของไทย “พร้อมรับคนรุ่นใหม่แล้วหรือยัง” อีกไม่นาน ชีวิตในมหาวิทยาลัยจะจบลง ไม่มีตารางเรียน ไม่มีอาจารย์คอยบอกว่าภาคการศึกษาหน้าต้องลงวิชาอะไร และไม่มีคำตอบตายตัวอีกแล้วว่า หลังจากนี้ชีวิตควรเดินไปทางไหน สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือ “โลกการทำงาน”

      สำหรับคนที่ผ่านโลกการทำงานมาแล้วหลายปี คำว่า งานแรก อาจดูเหมือนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของชีวิต แต่สำหรับคนหนุ่มสาวที่กำลังยืนอยู่ตรงรอยต่อนั้น มันกลับเต็มไปด้วยคำถาม

      และบางทีคำถามที่หนักที่สุดอาจไม่ใช่ “เราจะได้งานอะไร” แต่คือ สิ่งที่กลัว ชีวิตการทำงานที่อยากมี ไปจนถึงระบบสนับสนุนที่พวกเขาคิดว่าจำเป็นคำถามเหล่านี้ปรากฏขึ้นซ้ำ ๆ ในวงสนทนาของนิสิตชั้นปีที่ 4 กว่า 120 คน จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่เข้าร่วม OpenSPACE: First Jobber Listening Forum – Series 1: ก้าวแรกสู่โลกการทำงาน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 theSPACE เปิดพื้นที่ครั้งนี้ขึ้นเพื่อทำสิ่งที่เรียบง่าย แต่สำคัญอย่างมาก นั่นคือ “ฟัง” คนที่กำลังจะเข้าสู่โลกการทำงานจริง ๆ

      ไม่ใช่ถามเพียงว่าพวกเขามีทักษะอะไร หรือพร้อมทำงานมากแค่ไหน แต่ชวนสำรวจตั้งแต่ สิ่งที่กลัว ชีวิตการทำงานที่อยากมี ไปจนถึงระบบสนับสนุนที่พวกเขาคิดว่าจำเป็นเพราะหากเราต้องการออกแบบอนาคตของแรงงานไทย คนที่กำลังจะเข้าไปอยู่ในอนาคตนั้นควรมีเสียงในการออกแบบมันด้วย







ก่อนจะได้ “งานแรก” คนรุ่นใหม่เริ่มเครียดแล้ว

      สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจจากวงสนทนาคือ ความเปราะบางของ First Jobber ไม่ได้เริ่มต้นในวันที่เดินเข้าออฟฟิศวันแรก แต่เริ่มขึ้น ตั้งแต่ยังไม่มีงานทำความกดดันเกิดตั้งแต่การหาที่ฝึกงาน เตรียมสอบ สมัครงาน สัมภาษณ์ ไปจนถึงการเผชิญกับความไม่แน่นอนว่า เมื่อเรียนจบแล้วจะมีพื้นที่สำหรับตัวเองอยู่ในตลาดแรงงานหรือไม่

      เมื่อรวบรวมเสียงจากทั้ง 7 กลุ่มสนทนา ความกังวลสำคัญสามารถมองเห็นได้อย่างน้อย7 เรื่อง ตั้งแต่การแข่งขันที่สูงขึ้น ขณะที่โอกาสสำหรับผู้เริ่มต้นมีจำกัด ความไม่มั่นใจว่าความรู้จากมหาวิทยาลัยเพียงพอกับการทำงานจริงหรือไม่ รายได้เริ่มต้นที่อาจไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ ความกังวลต่อวัฒนธรรมองค์กรและสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นพิษ ไปจนถึงความกลัวว่างานจะเข้ามากลืนพื้นที่ของชีวิต

      อีกด้านหนึ่งคือความเครียดและภาวะหมดไฟที่อาจเริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนมีงานทำ รวมถึงความคาดหวังจากครอบครัวและสังคมที่ทำให้ช่วงเวลาแห่งการค้นหาตัวเองกลายเป็นการแข่งขันกับเวลา ลองมองปัญหาเหล่านี้รวมกัน เราจะพบสิ่งที่น่าสนใจ หลายเรื่องไม่ได้เกิดจากการที่คนรุ่นใหม่ “ไม่พร้อม” เพียงอย่างเดียว เพราะต่อให้เตรียมตัวมาดีแค่ไหน หากตำแหน่งระดับเริ่มต้นยังเรียกร้องประสบการณ์ หากค่าตอบแทนไม่เพียงพอกับต้นทุนชีวิต หากไม่มีคนสอนงาน หรือหากวัฒนธรรมองค์กรไม่เปิดพื้นที่ให้คนใหม่เรียนรู้จากความผิดพลาด การบอกให้ First Jobber “ปรับตัวให้มากขึ้น” ก็คงไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้

      ดังนั้น บางทีคำถามที่เราคุ้นเคยว่า “คนรุ่นใหม่พร้อมทำงานหรือยัง?” อาจต้องถูกตั้งใหม่เป็น “ระบบของเราพร้อมให้คนรุ่นใหม่เริ่มทำงานหรือยัง?”



คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการแค่ “มีงานทำ”

      เมื่อวงสนทนาเปลี่ยนจากความกังวลไปสู่คำถามว่า“ชีวิตการทำงานแบบไหนที่คุณอยากมี?”ภาพของงานที่ดีที่ปรากฏขึ้นกลับไม่ได้หวือหวาอย่างที่หลายคนอาจจินตนาการ

      พวกเขาอยากทำงานที่ตรงกับความสนใจและรู้สึกว่ามีความหมาย อยากมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต มีเวลาสำหรับชีวิตนอกเหนือจากงาน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นธรรม มีหัวหน้าที่รับฟังและพร้อมสอนงาน มีเพื่อนร่วมงานที่เคารพกัน มีโอกาสพัฒนาทักษะและเติบโต รวมถึงได้รับการดูแลด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสวัสดิการที่สัมพันธ์กับชีวิตจริง

      สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า นิยามของ “ความมั่นคง” อาจกำลังเปลี่ยนไป ความมั่นคงสำหรับคนรุ่นใหม่อาจไม่ได้หมายถึงการมีตำแหน่งประจำ หรือทำงานอยู่กับองค์กรเดียวให้นานที่สุดอีกต่อไป แต่มันคือการมีรายได้ที่ทำให้ดำรงชีวิตได้ มีสิทธิและหลักประกัน มีทักษะที่สามารถพัฒนาต่อ มีความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่ปลอดภัย และยังสามารถรักษาสุขภาพ ครอบครัว และความเป็นตัวเองเอาไว้ได้

      พูดอีกแบบหนึ่งคือ คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการเพียง “มีงานทำ” แต่ต้องการมี “ชีวิตที่ดีในขณะที่ทำงาน”







แล้วใครควรรับผิดชอบ “ก้าวแรก” นี้?

      ถ้ามอง First Jobber เป็นเพียงคนหนึ่งคน วิธีแก้ปัญหาก็อาจง่ายมาก

      แต่เมื่อฟังเสียงคนรุ่นใหม่มากพอ จะพบว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่านั้น เพราะเส้นทางจากมหาวิทยาลัยไปสู่โลกการทำงานไม่ได้ถูกกำหนดโดยตัวบุคคลเพียงคนเดียว

      มหาวิทยาลัย ต้องไม่จบภารกิจเพียงวันที่มอบปริญญา แต่ควรช่วยเตรียมทั้งทักษะวิชาชีพ การสมัครงาน ทักษะชีวิต การเงิน ภาษี สิทธิแรงงาน ตลอดจนสร้างประสบการณ์ฝึกงานที่มีคุณภาพและเชื่อมผู้เรียนกับโลกการทำงานจริง

      นายจ้าง ต้องเปิดพื้นที่ให้ “คนไม่มีประสบการณ์” สามารถสร้างประสบการณ์ได้จริง ลดเงื่อนไขที่ไม่จำเป็น มีระบบปฐมนิเทศ พี่เลี้ยง และหัวหน้างานที่สามารถ

      ภาครัฐ มีหน้าที่สร้างความเป็นธรรมตั้งแต่การเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งงาน มาตรการส่งเสริมการจ้างงานครั้งแรก การพัฒนาทักษะ มาตรฐานค่าตอบแทน การคุ้มครองแรงงาน ไปจนถึงหลักประกันทางสังคม ขณะที่

      ครอบครัว สามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่รับฟังโดยไม่เร่งรัดความสำเร็จ และสังคม ต้องเปิดกว้างต่อเส้นทางอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น

      ทั้งหมดนี้นำไปสู่หลักคิดสำคัญข้อหนึ่งว่าการสร้าง First Jobber ที่มีคุณภาพต้องเป็น “ความรับผิดชอบร่วม” ไม่ใช่การส่งคนรุ่นใหม่ออกจากมหาวิทยาลัย แล้วบอกว่า “จากนี้ไป คุณต้องเอาตัวรอดเอง”



เพราะ “งานแรก” คือการลงทุนในทุนมนุษย์

      ประเด็น First Jobber จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องของ “เด็กจบใหม่หางาน” เพราะในระดับประเทศ ช่วงเปลี่ยนผ่านจากการศึกษาเข้าสู่การทำงานคือช่วงเวลาที่การลงทุนด้านการศึกษาตลอดหลายสิบปีของคนคนหนึ่ง กำลังจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น ศักยภาพในการทำงานจริง

      หากก้าวแรกเริ่มต้นด้วยการว่างงาน การทำงานต่ำกว่าศักยภาพ รายได้ที่ไม่เพียงพอ ไม่มีคนสอนงาน สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย หรือความเครียดที่ไม่ได้รับการดูแล สิ่งที่สูญเสียจึงไม่ใช่เพียงคุณภาพชีวิตของคนหนุ่มสาวคนหนึ่ง แต่อาจหมายถึง ทุนมนุษย์ของประเทศที่กำลังถูกลดทอนตั้งแต่วันแรกของชีวิตการทำงาน

      รายงานจากวง OpenSPACE จึงเสนอให้มองการสนับสนุน First Jobber เป็น “ระบบ” ตั้งแต่ระบบช่วยเปลี่ยนผ่านสู่โลกการทำงาน การปฏิรูปการฝึกงาน ค่าตอบแทนและต้นทุนการเริ่มต้นชีวิต มาตรฐานองค์กรสุขภาวะ ระบบพี่เลี้ยงและหัวหน้างาน การดูแลสุขภาพจิต ระบบข้อมูลตลาดแรงงาน การพัฒนาทักษะพื้นฐาน ไปจนถึงหลักประกันทางสังคมและการกระจายโอกาสการจ้างงาน เพราะมาตรการใดมาตรการหนึ่งไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ทั้งหมด มีแพลตฟอร์มหางานที่ดี แต่ตำแหน่ง Entry Level ยังเรียกประสบการณ์ ก็ไม่พอ Upskill คนรุ่นใหม่ แต่ค่าจ้างยังไม่เพียงพอต่อชีวิต ก็ไม่พอ มีบริการดูแลสุขภาพจิต แต่ภาระงานและวัฒนธรรมองค์กรยังสร้างความทุกข์เหมือนเดิม ก็อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ First Jobber จึงต้องการ “ระบบนิเวศ” ที่ทำงานไปพร้อมกัน







จาก “คนรุ่นใหม่พร้อมหรือยัง” สู่ “ระบบพร้อมหรือยัง”

      เสียงจากนิสิตกว่า 120 คนในวันนั้นอาจไม่ได้เป็นตัวแทนของ First Jobber ทุกคนในประเทศไทย แต่สิ่งที่พวกเขาพูดกำลังช่วยเปิดคำถามที่ใหญ่กว่าเรื่องของคนรุ่นหนึ่ง ที่ผ่านมา เราอาจใช้เวลามากมายกับการถามว่า คนรุ่นใหม่มีทักษะเพียงพอหรือยัง อดทนพอหรือยัง ปรับตัวได้หรือยัง พร้อมสำหรับโลกการทำงานหรือยัง แต่บางทีประเทศไทยอาจต้องเริ่มตั้งคำถามอีกด้านพร้อมกันว่า

      เพราะการพัฒนาทุนมนุษย์ไม่ควรสิ้นสุดลงในวันที่คนคนหนึ่งได้รับปริญญา และความสำเร็จก็ไม่ควรถูกวัดเพียงว่าเขา “มีงานทำแล้วหรือยัง”

      แต่ควรถามต่อว่า งานแรกนั้นเปิดโอกาสให้เขาใช้ศักยภาพหรือไม่ มีรายได้และหลักประกันเพียงพอหรือไม่ ได้เรียนรู้และเติบโตหรือไม่ และยังสามารถรักษาสุขภาวะและความหวังต่ออนาคตเอาไว้ได้หรือไม่

เพราะถ้าก้าวแรกได้รับการออกแบบอย่างมีคุณภาพ สิ่งที่ประเทศไทยได้กลับมาอาจไม่ใช่เพียง “คนมีงานทำ” แต่คือกำลังแรงงานที่พร้อมเติบโตเป็นทุนมนุษย์ของประเทศในระยะยาว

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม Click เพื่อสำรวจเสียง ความกังวล ความหวัง และข้อเสนอจากนิสิตชั้นปีสุดท้าย มหาวิทยาลัยบูรพา เสียงชุดแรกของ OpenSPACE : First Jobber Listening Forum ที่กำลังถูกนำไปต่อยอดสู่การออกแบบระบบนิเวศสุขภาวะสำหรับผู้เริ่มต้นทำงานของประเทศไทย






อรรถพล คู่กระสังข์

เชื่อในพลังของการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ สนใจสำรวจเรื่องราวที่เชื่อมโยงผู้คน วิถีชีวิต สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะรากเหง้าอีสาน ชื่นชอบการเดินทางเพื่อเปิดโลกใหม่ ๆ และชอบคลายเครียดด้วยทำอาหาร